Home > สาระน่ารู้

กระดูกพัง…แค่ทานสิ่งนี้

กระดูกพัง...แค่ทานสิ่งนี้ หลายคนดูแลและบำรุงกระดูกด้วยการเสริมแคลเซียม ทานอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านั้นยังคงไม่เพียงพอ เพราะว่าอาหารที่เราทานอยู่ทุกวันมีส่วนทำลายกระดูกได้โดยที่เราก้ไม่รู้ตัวว้่มีอะไรบ้าง 1.กาแฟ การดื่มกาแฟวันละ 2 แก้ว มีผลทำให้กระดูกเปราะบางได้ เนื่องจากคาเฟอีนในกาแฟจะทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะ 2.น้ำอัดลม มีผลทำให้เกิดภาวะกระดูกหักง่าย โดยผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมเป้นประจำจะมีโอกาสเกิดกระดุกพรุุนมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม 3-4 เท่า 3.โปรตีนจากเนื้อสัตว์ จะมีความเป็นกรด ส่งผลให้เกลือแคลเซียมถูกดึงตัวออกจากกระดูก เพื่อมาจัดการความเป็นกรดของเลือด คนที่รับประทานโปรตีนสูงนานๆ จะมีความหนาแน่นของกระดูกที่บางกว่าคนที่รับประทานอาหารแบบปกติ 4.อาหารเค็ม การทานเค็มนอกจากจะมีผลเสียกับร่างกาย โดยเฉพาะไต ยังส่งผลให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะมากขึ้นด้วย ทำให้กระดูกอ่อนแอและไม่แข็งแรง ทางที่ดีเราควรเริ่มใส่ใจสุขภาพของกระดูกได้แล้ว หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำลายกระดูก ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และอย่าลืมดื่มนมทุกๆวันด้วยนะคะ เพื่อสุขภาพกระดูกที่แข็งแรง ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

มากิน…หอยนางรมกันเถอะ

มากิน...หอยนางรมกันเถอะ คอซีฟู้ดส์ไม่ควรพลาด หอยนางรมสดๆ ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดส์จัดจ้านจิ๊ดสะใจ จัดว่าเป็นเมนูโปรดของใครหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ หอยนางรมไม่เพียงแต่มีแร่ธาตุมากมายที่ดีต่อสุขภาพแล้ว หนึ่งในแร่ธาตุที่หอยนางรมมีไม่แพ้ใครนั่นก็คือ แคลเซียม ซึ่งถ้าเรารับประทานหอยนางรม 6 ตัว ก็จะได้รับแคลเซียมถึง 300 มิลลิกรัมเลยค่ะ ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

แอปเปิ้ลเพิ่มสูง

แอปเปิ้ลเพิ่มสูง การที่ทานแอปเปิ้ลเพื่อลดน้ำหนัก การเปลี่ยนมื้อเย็นเป็นแอปเปิ้ลแทน ไม่เพียงแต่ทำให้น้ำหนักลดลง ยังช่วยในการเพิ่มความสูงและช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากแอปเปิ้ลมีสารเพคตินอยู่มาก ซึ่งสารชนิดนี้จะช่วยในการจำกัดปริมาณในการดูดซึมของเซลล์ร่างกาย ทำให้ไขมันที่ได้รับจากการรับประทานอาหาร ไปติดอยู่ตามร่างกายน้อยลง และยังมีความสามารถในการดูดซึมน้ำและอาหารได้ดีอีกด้วย ช่วยให้เซลล์ในร่างกายดันไขมันออกมา เพื่อให้เราใช้แทนที่จะเก็บไขมันไว้ นอกจากนั้นแอปเปิ้ลยังมีส่วนเพิ่มความสูงอีกด้วย ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

อาหารบำรุงกระดูกและฟัน

อาหารบำรุงกระดูกและฟัน การที่จะให้แคลเซียมมีประสิทธิภาพในการส่งคืนแร่ธาตุแคลเซียมกลับเข้าสู่กระดูกและฟันนั้น ต้องทานแคลเซียมควบคู่ไปกับอาหารที่มีฟอสเฟสด้วย เพราะฟอสเฟส (หรือฟอสฟอรัส) จะทำงานร่วมกับแคลเซียมในการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของกระดูก และฟัน และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท และ กระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้ออีกด้วย อาหารที่มีแคลเซียม และฟอสเฟสสูง 1. นม และผลิตภัณฑ์จากนม ได้ทั้งนมสดรสจืด นมพร่องมันเนย นมข้น นมผง นมเปรี้ยว โยเกิร์ต ไอศกรีมที่ใส่นม ชีส ช็อกโกแลต เนยแข็ง รวมไปถึงนมถั่วเหลือง และน้ำเต้าหู้ 2.ถั่วต่างๆ รวมถึง เต้าหู้ เนยถั่ว ลูกชุบ เต้าฮวย กระยาสารท และอาหารจากถั่วทั้งหมด 3.ธัญพืช เช่น เมล็ดพืชต่างๆ (เมล็ดแตงโม เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง) มะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ ข้าวกล้อง ข้าวโอ้ต ลูกเดือย งาดำ 3.เนื้อสัตว์ที่ทานได้ทั้งกระดูก เช่น กุ้งแห้ง ปลากรอบ ปลาเล็กปลาน้อย ครีบปลา ติดต่อ : 089 213

Read More

แซลมอน…เสริมกล้ามเนื้อ

แซลมอน...เสริมกล้ามเนื้อ ประโยชน์ของปลาแซลมอนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ที่อยากสร้างกล้ามเนื้อแต่เบื่อที่จะรับประทานอกไก่ในทุกๆ มื้อ ก็สามารถเปลี่ยนมารับประทานปลาแซลมอนได้ เนื่องจากแซลมอนเป็นปลาที่อุดมไปด้วยโปรตีนที่ดูดซึมได้ง่ายกว่าโปรตีนจากสัตว์บกหรือสัตว์ปีก นอกจากนั้นยังไม่มีสารก่อมะเร็งสามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ ยิ่งไปกว่านั้นแซลมอนยังอุดมไปด้วยวิตามิน A, B และ D รวมถึงแร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อร่างกายทั้งแคลเซียม ฟอสฟอรัสและธาตุเหล็กที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดี แซลมอนย่อยง่าย มีประโยชน์ อย่าลืมหามาทานกันนะคะ ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

เหลือเชื่อ!ใบบัวบก ช่วยให้ริ้วรอยจางลงได้

เหลือเชื่อ!ใบบัวบก ช่วยให้ริ้วรอยจางลงได้ สภาพอากาศต่างๆที่ใบหน้าของเราต้องเผชิญอยู่ทุกวัน  ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสำหรับผิวหน้าอีกต่อไปแล้ว  คุณก็ควรต้องระวังกับปัญหาที่ใบหน้าของคุณนั้นแก่ก่อนวัย  รวมทั้งจะเกิดริ้วรอยต่างๆบนใบหน้าตามมาอีกมากมาย  เคล็ดไม่ลับที่จะคงความอ่อนเยาว์เพื่อใบหน้าที่สวยอ่อนเยาว์และลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า  มีวิธีมาร์คหน้าด้วย "ใบบัวบก"มาแนะนำให้สาวๆได้ลองทำดูนะคะ วิธีการ 1.นำใบบัวบกที่ได้มาล้างให้สะอาด 2.ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมาปั่น หรือจะบด จะโขลก 3.หลังจากนั้นนำน้ำปั่นที่ได้มาเทบนผ้าบางๆ เพื่อนำกากออกให้เหลือแต่น้ำใบบัวบก 4.นำน้ำใบบัวบกสดๆผสมกับโยเกิร์ต เอามาทาให้ทั่วใบหน้า 5.ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออก 6.สามารถทำได้ทุกวันก่อนนอนนะคะ น้ำใบบัวบกจะไปช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสติน ซึ่งจะช่วยลบรอยตีนกาได้ แต่ที่สำคัญต้องทำสม่ำเสมอ ถึงจะเห็นผล รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่อยากลบรอยตีนกา ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้ ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

เคล็ดไม่ลับ กำจัดผิวหมองด้วย “กะหล่ำปลี”

เคล็ดไม่ลับ กำจัดผิวหมองด้วย "กะหล่ำปลี" สูตรพอกหน้ากะหล่ำปลี แก้ผิวคล้ำเสีย กรำแดด ให้กลับมาขาวใสปิ๊ง  เป็นสูตรบำรุงผิวหน้าที่ใช้แล้วได้ผลดีมากๆกะหล่ำปลี เป็นผักที่มีประโยชน์ช่วยในเรื่องของการรักษาและฟื้นฟูใบหน้าที่กรำแดดผิวหมองคล้ำ ให้กลับมามีสุขภาพดี ขาวกระจ่างใส  ส่วนผสมสำคัญมีดังนี้  1 กะหล่ำปลี  ¼  2 โยเกิร์ตรสธรรมชาติ  ½ ถ้วย 3 น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ขั้นตอนในการปรุงสูตรมีดังต่อไปนี้ 1  นำกะหล่ำปลีที่เตรียมไว้  ¼   มาล้างให้สะอาด แล้วจัดการหั่นให้ละเอียด 2 นำโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ใส่ลงเครื่องปั่นพร้อมกับกะหล่ำปลีที่หั่นละเอียด จากนั้นปั่นให้เข้ากัน 3 เทน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ตามลงไปในเครื่องปั่นแล้วปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จนได้เป็นเนื้อครีม 4 ล้างหน้าของสาวๆให้สะอาด เช็ดพอหมาดๆ 5 พอกครีมกะหล่ำปลีที่เตรียมไว้ลงไปให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา และรอบริมฝีปาก 6 ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

เรื่องกล้วยๆตัวช่วยผิวสวย

เรื่องกล้วยๆตัวช่วยผิวสวย ผลไม้ที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี แถมยังมีให้หากินได้ตลอดทั้งปี ใครๆ ก็รู้ว่ากล้วยนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอและซี ที่จะไปช่วยชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติที่เราสูญเสียไปทุกๆ วัน กล้วยจึงช่วยให้เรามีผิวพรรณดีขึ้นได้ วิธีทำ 1.นำกล้วยหอมประมาณครึ่งลูกมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับนมสดหรือน้ำผึ้งประมาณ 1 ช้อนชา 2.พอกหน้าทิ้งไว้สัก 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น 3.ทำอย่างนี้ประมาณสัปดาห์ละครั้ง ผิวหน้าของคุณจะสดใส กระชับ เต่งตึง หากใครเลือกใช้สูตรกล้วยผสมน้ำผึ้ง นอกจากจะนำมาใช้พอกหน้าแล้ว ยังทำเผื่อสำหรับหมักผมได้ด้วย โดยนำไปหมักผมไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก เพียงเท่านี้คุณก็จะได้เส้นผมที่นุ่มสลวย มีชีวิตชีวา พร้อมใบหน้าอ่อนเยาว์กว่าวัย ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678  

Read More

ขาเรียวสวย…คุณก็ทำได้

ขาเรียวสวย...คุณก็ทำได้ นอกจาก ดวงตาและหน้าอกหน้าใจของคุณ "ขา" ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ชายหลายๆ คนหันมาให้ความสนใจในตัวคุณเป็นพิเศษ ซึ่งผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบมอง ขาของผู้หญิงที่เรียวสวย และก็น่องไม่ใหญ่จนเกินไป บ่อยครั้งที่สาวๆ เกิดความไม่มั่นใจในขาของตัวเอง จะชอบคิดเสมอว่า ขาใหญ่บ้าง เล็กเกินไปบ้าง จริงๆแล้ว การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างขาของคุณไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายก็สามารถสร้างกล้ามขาและทำให้ขาของคุณดูดีขึ้นค่ะ เรามาดูกันดีกว่าว่าจะทำอย่างไรให้ขาคุณดูดีขึ้น 1.ถ้าขาคุณมีขนาดใหญ่ คุณควรทำการควบคุมน้ำหนัก ร่วมกับการออกกำลังกายค่ะ 2.ถ้าขาของคุณดูเล็กเก้งก้างจนเกินไป ลองออกกำลังกายซิค่ะ เพื่อทำให้ขาของคุณดูเฟิร์มขึ้น 3.พยายามหลีกเลี่ยงการยืนนานๆ บนส้นสูงอะ เพราะนอกจากจะทำใหห้ขาของคุณเสียรูปแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่นอาการปวดหลังค่ะ 4.เรียวขาที่เรียบเนียนย่อมดูดีกว่าเรียวขาที่เต็มไปด้วยขนรุงรัง ลองหันมาใช้ครีมขจัดขนขาซิค่ะ เพื่อเรียวขาที่เรียบเนียนสวยงาม 5.หลังการอาบน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นโดยการทามอยเจอร์ไรเซอร์ 6.หลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่มีอุณภูมิที่ร้อนจัด 7.พยายามยืดขาเหยียดตรง เมื่อคุณนอนหลับพักผ่อน 8.อย่าลืมเมื่ออาบน้ำเสร็จ นำน้ำเย็นมาราดซ้ำบนขาของคุณเพื่อความสดชื่นของผิวขา 9.ดื่มน้ำมากๆ เท่านี้คุณก็จะได้มีขาเรียวสวยอวดหนุ่มๆแล้วค่ะ ติดต่อ : 089 213 3364 , 085 229 5678

Read More

วิ่งแบบไหน? เผาผลาญได้ดีที่สุด

วิ่งแบบไหน? เผาผลาญได้ดีที่สุด ในระยะยาว การวิ่งหนักสลับเบา จะช่วยเผาผลาญไขมันได้มีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากการวิ่งด้วยความเร็วคงที่ตลอดเวลาร่างกายจะค่อยๆ ปรับตัวมีสมรรถภาพดีขึ้น และดึงพลังงานมาใช้น้อยลงเรื่อยๆ น้ำหนักจึงคงที่และไม่ลดฮวบฮาบเหมือนการวิ่งช่วงแรกส่วนทำไมการวิ่งหนักสลับเบาถึงเผาผลาญดีกว่า เมื่อเราเคลื่อนไหวในจังหวะสบายๆ ร่างกายจะได้รับพลังงานง่ายๆ จากออกซิเจนที่หายใจเข้าไป แต่เมื่อเราลองเปลี่ยนมาวิ่งแบบหนักๆ กล้ามเนื้อจะทำงานหนักขึ้นในการแปรรูปออกซิเจน ทำให้เราใช้พลังงานเพิ่มขึ้นและเผาผลาญได้ดีกว่า โดยในเวลา 30 นาที หากเราวิ่งหนักสลับเบา จะสามารถเบิร์นไขมันได้ดีถึง 400 แคลอรี่ แต่หากเราวิ่งช้าๆ เรื่อยๆ จะสามารถเบิร์นไขมันได้เพียง 300 แคลอรี่ เท่านั้น สำหรับโปรแกรมการวิ่งแบบหนักสลับเบา ควรทำการวอร์มอัพด้วยการวิ่งจ๊อกกิ้งสั้นๆ ก่อน จากนั้นหาถนนเรียบๆ หรือสนามที่มีลู่วิ่ง วิ่งเต็มสปีดไปก่อน 15 วินาที ก่อนเปลี่ยนมาวิ่งจ๊อกกิ้งสบายๆ 60 วินาที ทำซ้ำแบบนี้ 6 รอบ สำหรับนักวิ่งหน้าใหม่ ค่อยๆ เพิ่มเป็น 10 รอบ ใน 8 สัปดาห์ ส่วนนักวิ่งหน้าเก่าควรเพิ่มเป็น 12

Read More